หนังจีน ซอมบี้

หนังจีน ซอมบี้

หนังจีน ซอมบี้

 

หนังจีน ซอมบี้ – หนังซอมบี้เป็นหนัง ที่ได้รับความนิยมมาก ซึ่งดูแล้วจะรู้สึกตื่นเต้น อินไปกับหนัง วันนี้เรามีหนัง 2 เรื่องมาแนะนำ ไปดูกันเลยว่าเรื่องอะไร

 

นครนรกซอมบี้คลั่ง 

เล่าถึงประเทศเกาหลี สมัยโชซอน โดยที่ องค์ชายกังลิม (Hyan Bin) รัชทายาท ที่ถูกเรียกตัวมาจากจีน ให้มาสู่มาตุภูมิโดย พี่ชายของเขา แต่เมื่อเขากลับมาเขาก็ต้องพบว่า ราชวงศ์กำลังถูกผู้ไม่หวังดี โค่นล้มอำนาจ หนำซ้ำ ในเมืองยังเกิดโรคระบาด ที่ทำให้ผู้คนกลายร่างเป็นผีดิบ แต่เรื่องนี้คนในวังกลับเพิกเฉย อีชองจึงต้องพูดความจริง ให้แก่เสด็จพ่อพร้อมกับ การกำจัดเหล่าผีดิบ

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ ‘องค์ชายรัชทายาท’ คิดล้มอำนาจขุนนางในวัง แต่ปฏิบัติการไม่สำเร็จ จนต้องจบชีวิต ตัวเองและส่งจดหมาย หาน้องชายที่ถูกส่ง ไปอยู่เมืองจีนตั้งแต่เด็กๆ ให้กลับมาดูแลพระชายา ที่กำลังตกอยู่ในอันตราย ให้รอดปลอดภัย

นี่เป็นประเด็นแรก ที่น่าสนใจ เพราะองค์ชายกังลิม (รับบทโดย ฮยอนบิน) กลับมาที่โชซอน เพียงเพราะคำขอร้องเรื่องส่วนตัวของพี่ชาย ไม่ได้มีเป้าหมายใหญ่นอกเหนือจากนั้น กระทั่งเขาพบกับ เหตุการณ์ซอมบี้คลุ้มคลั่ง ก็ยังไม่คิดกำจัด ถึงแม้จะมีประชาชนขอร้อง เขาก็ไม่ได้สนใจ สิ่งที่คิดมีเพียงแค่อยากรีบปฏิบัติภารกิจให้จบแล้วกลับไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายตามเดิม

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตัวละครของเขาก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเจอกับความฟอนเฟะของระบบขุนนางที่ทำทุกวิถีทาง โดยใช้การแพร่เชื้อซอมบี้เป็นอาวุธเพื่อขึ้นสู่อำนาจสูงสุด ทำให้องค์ชายกังลิมต้องรับมือกับทั้งซอมบี้ที่กำลังบุกยึดเมือง และต่อสู้เพื่อล้างแค้นเสนาบดีคิมจาจุน (รับบทโดย จางดงกอน) ที่เป็นเหมือน The Last Boss ไปพร้อมๆ กัน

เมื่อมีเรื่องให้โฟกัสมากเกินไปคือ ความรักพ่อรักพี่ก็สำคัญ แถมยังต้องจีบสาวตามประสาชายเจ้าสำราญไปด้วย, สถานการณ์ในวังก็ตึงเครียด, ยังมีกลุ่มชาวบ้านที่เดือดร้อนรอให้ช่วย, ไหนจะต้องขายฉากแอ็กชันสู้กับซอมบี้ให้คนดูสะใจ ในช่วงกลางเรื่องเราจะเห็นทั้ง 3 เส้นเรื่องนี้ตัดสลับกันไปมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ Rampant ดูเหมือนอาหารที่มีรสชาติครบทุกอย่าง แต่ว่าไม่มีจุดไหนที่โดดเด่นพอให้เราจดจำได้เท่าที่ควร

ส่วนตัวละครอื่นๆ ที่ออกมาโชว์เล็กๆ น้อยๆ แล้วก็แทบไม่มีตัวละครไหนโดดเด่นขึ้นมาได้จริงๆ นอกจาก 2 ตัวละครหลักอย่างองค์ชายกังลิมและเสนาบดีคิมจาจุน ซึ่งต้องชมว่าทั้งฮยอนบินและจางดงกอนทำได้ดีชนิดที่เรียกว่า ‘แบก’ หนังเอาไว้ทั้งเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม

ผิดกับ Train To Busan ที่ตั้งเป้าไว้กับเรื่อง ‘ความสัมพันธ์’ ล้วน แล้วให้ตัวละครต่างๆ ช่วยกันนำเสนอความสัมพันธ์หลากรูปแบบ ทั้งคนรัก ครอบครัว เพื่อน ออกมา แล้วใช้เวลาในการขยี้ลงไปจนคนดูจดจำทุกซีนอารมณ์ได้อย่างขึ้นใจ

แต่ถ้าตัดเรื่องนั้นไปแล้วมองไปที่องค์ประกอบอื่นๆ เช่น การแต่งหน้าเอฟเฟกต์, องค์ประกอบศิลป์ เสื้อผ้า สถานที่ถ่ายทำ, CG ที่เป็นเอกลักษณ์ของภาพยนตร์เกาหลีในช่วงหลังก็ยังทำออกมาได้ตามมาตรฐาน รวมทั้งฉากแอ็กชันก็ทำให้คนดูลุ้นและตื่นเต้นไปได้ จนเราเรียก Rampant ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ ‘สนุก’ ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

 

KINGDOM ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด

 

เมื่อบ้านเมืองระส่ำระสายด้วยโรคระบาดที่ทำให้คนกลายเป็นผีดิบ องค์รัชทายาท (จูจีฮุน) ต้องลี้ภัยจากเกมอำนาจของ โจฮาคโจ (ริวซองรยอง) อำมาตย์ชั่วที่อาศัยร่างกระหายเลือดของกษัตริย์เพื่อรอวันให้ลูกสาวคลอดบุตรชายมาสืบบัลลังก์ จนได้พบกับโซปี (แบดูนา) แพทย์สาวที่เพิ่งหนีตายจากกองทัพผีดิบและพวกเขาก็กลายเป็นความหวังเดียวของแผ่นดินก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

ต้นธารของ Kingdom มาจาก The Kingdom of the Gods คอมิคซีรีส์ออนไลน์ดังที่โดดเด่นด้วยการเอา ซอมบี้ ไปอยู่ในยุคโชซอนและยังผูกปมเรื่องให้มีกลิ่นอายความเป็นหนังทริลเลอร์การเมืองนิดๆให้ชวนติดตามได้อย่างลงตัวซึ่งบทของซีรีส์ก็รังสรรค์โดย คิมอึนฮี ผู้เขียนเรื่องในคอมิคต้นฉบับเอง ซึ่งก็ทำให้เรื่องราวถูกเล่าได้อย่างรัดกุม รอบด้าน ที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษเห็นจะเป็นเรื่องราวในส่วนของการเมืองในราชสำนักที่ทำให้เห็นผลร้ายของการฉ้อราชบังหลวงที่ทำให้ราษฎรต้องลำบากในยามวิกฤติ ในขณะที่อภิสิทธิชนก็ต้องการคงอำนาจตนเองไว้ให้นานที่สุด ซึ่งถือเป็นธีมคลาสสิกที่สามารถชูรสและเพิ่มความโดดเด่นให้ซีรีส์ได้อย่างยอดเยี่ยม แถมยังคงสารที่หนังหรือซีรีส์ซอมบี้ดังๆได้กล่าวมาตลอดนั่นคือ พอถึงจุดๆหนึี่ง คนจะน่ากลัวกว่าซอมบี้หลายเท่านัก

ด้าน คิมซองฮุน ผู้กำกับที่เคยทำ A Hard Days ปี 2014 ที่เคยได้ฉายในสาย Director Fortnight ที่เทศกาลหนังเมืองคานส์มาแล้ว ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะซีรีส์แทบไม่มีช่วงไหนที่น่าเบื่อเลย คิมซองฮุน สามารถกำกับการแสดงในภาพรวมให้เร้าอารมณ์ผู้ชมให้รู้สึกถึงความหวาดกลัวทั้งผีดิบและความอำมหิตของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งงานภาพก็ถือว่าผู้กำกับไม่เสียชื่อที่เคยทำหนังขวัญใจนักวิจารณ์มาก่อนเพราะงานวิช่วลของซีรีส์คือใช้ภาษาภาพยนตร์มาบอกเล่าและสื่อความหมายในหลายๆฉากได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ

ส่วนนักแสดงต้องบอกว่านี่คือดรีมทีมที่แท้จริง ด้าน จูจีฮุน หรือ เจ้าชายเย็นชา แห่ง Princess Hours (2006) ก็รับบท องค์รัชทายาทได้เท่โคตรๆทั้งบู๊ฟันดาบ หรือขี่ม้าได้อย่างสง่างามแถมยังถ่ายทอดความเมตตาขององค์ชายที่ถูกหักหลังได้น่าเอาใจช่วยมากๆ ส่วน ริวซองรยอง นี่ถ้าเป็นเมืองไทยน่าจะโดนทุเรียนไปหลายลูกเลย ฮ่าาาา  คนอะไรจะร้ายได้ขนาดนั้น และปิดท้ายที่ แบดูนา ที่แม้เรื่องนี้เธอจะไม่ได้โชว์ความเซ็กซี่เหมือน Sense8 หรือหนัง Cloud Atlas แต่เสน่ห์ด้านการแสดงของเธอยังมาเต็มในฐานะหมอสาวที่พยายามหาทางคิดค้นยารักษาโรคระบาด ที่เชื่อว่าจบ 6 ตอนนี้แล้วหลายคนคงแทบลงแดงรอดูซีซัน 2 ต่อไม่ไหวแน่นอน

Related posts

Leave a Comment