10 หนังจีน จอมยุทธ

หนังจีน จอมยุทธ

10 หนังจีน จอมยุทธ

 

หนังจีน จอมยุทธ – ในยุคทศวรรษ 60-70 มีตำนานภาพยนตร์ที่เป็นอมตะโดยไม่กล่าวถึงเป็นไม่ได้คือ หนังสัญชาติจีนแท้ๆ ของค่าย Shaw Brothers สุดยอดต้นตำรับหนังจีนขนานแท้ที่เต็มไปด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของหนังที่ไม่มีใครเหมือนทั้ง ฉากที่สวยงาม คิวบู้อันดุดัน บทบาทการแสดง หรือแม้แต่การแต่งกาย ก็เป็นตัวการันตีได้แล้วว่าคือเสนห์ที่ไม่เหมือนใครและด้วยเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ ในหนังที่เข้มข้นจนทำให้มีผู้ชื่นชอบและติดตามอย่างล้นหลามจนภาพยนตร์ทั้งหลายกลายเป็นที่รู้จักกันดี หนังจีน จอมยุทธ สำหรับคนรักหนังจีนอย่าง เดชไอ้ด้วน นางพญางูขาว หงส์ทองคะนองศึก ไอ้หนุ่มหมัดสั่ง มังกรหยก จอมโหดมนุษย์พิการ ฯลฯ โดยหนังเหล่านี้ถือว่าเป็นภาพยนตร์จีนสุดอมตะที่น่าสะสมและสมควรอย่างยิ่งที่คอหนังต้องไม่พลาดแม้ว่าในปัจจุบันนั้นจะหาชมได้ยากอย่างมากก็ตาม ซึ่งทาง HOLLYWOOD HDTV ได้รวบรวมภาพยนตร์ดีๆ 

 

หงส์ทองคะนองศึก (Come Drink with Me) (1966)

ผู้กำกับ คิงฮู

นักแสดง เจิ้งเพ่ยเพ่ย, เยียะหัว, เฉินหงลี่, หยางจื่อชิง, กุ๊ฟง หยวนเสี่ยวเถียน, พานอิ๋งจือ

 

หนังกำลังภายในที่ถือได้ว่าเป็นเรื่องบุกเบิกของหนังแนวทางนี้ให้เป็นที่นิยมในวงกว้าง เจิ้งเพ่ยเพ่ย รับบท นางแอ่นทอง หญิงสาวที่มีวิทยายุทธยอดเยี่ยม เธอบุกรังโจรเพราะตั้งใจจะช่วยพี่ชายที่ถูกโจรร้ายจับไว้เป็นเครื่องต่อรองกับทางการ เยี่ยหัว รับบท แมวขี้เมา วณิพกที่ร้องเพลงแลกเงินและอาหารแต่แท้จริงแล้วเขาคือยอดฝีมือที่เร้นกาย โดยแมวขี้เมาได้ช่วยนางแอ่นทองต่อสู้กับพวกโจรร้ายที่มีมากกว่า เฉินหงลี่ รับบท เสือหน้าหยก หัวหน้าอันดับสองของค่ายโจรที่จับตัวพี่ชายของนางแอ่นทองไว้เพื่อแลกตัวกับหัวหน้าค่ายโจรของเขา หยังจื่อชิง รับบท หลวงจีนเหลียงคุน ซือเฮียของแมวขี้เมาที่มีความบุญความแค้นกันมาก่อน

 

หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของหนังฮ่องกงที่ส่งผลมาถึงหนังในภูมิภาคเดียวกันอีกด้วย เพราะหนังได้รับความนิยมมากทำให้ตลาดหนังค่อย ๆ หันมานิยมหนังบู๊หรือหนังกำลังภายในกันมากขึ้น หนังยังเดินในแนวทางเดิมคือการใช้ตัวละครหญิงเป็นตัวนำเรื่องและได้เจิ้งเพ่ยเพ่ยนักแสดงวัยรุ่นหน้าตาสดใสมารับนำทำให้เธอกลายเป็นราชินรนักบู๊ไปเลยทั้งที่ไม่ใช่แนวทางของเธอตั้งแต่แรก องค์ประกอบสำคัญในความสำเร็จของหนังคือ การเดินเรื่องได้น่าติดตามโดยเฉพาะคิวบู๊ที่ฉับไวช่วยยกระดับของหนังกำลังภายในให้สนุกสนานยิ่งขึ้นและทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นตำนานสำคัญของวงการหนังฮ่องกงเลยทีเดียว

 

จอมโหดมนุษย์พิการ (Crippled Avengers) (1978)

ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง เฉินกวนไถ้, ลู่เฟิง, กั๊วะจุย, หลอเมิ่ง, ซุนเจี้ยน, เจียงเซิน, หวังหลงเหว่ย, จิงเหมี่ยว, หยังเซียง, ตี้เว่ย, พานปิงชาง

 

หนังชุดจอมโหดที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งกับการใช้ความพิการมาผูกเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ เฉินกวนไถ้ รับบท ตู้เทียนต้า จอมยุทธที่มีวิชาหมัดเสือดำเป็นที่เลื่องลือ ลูกชายของของเขาถูกศัตรูตัดมือทั้งสองข้างตู้เทียนต้าจึงทำแขนเทียมเป็นแขนเหล็กพร้อมกับสอนวิชาให้ แต่ตู้เทียนต้าและลูกชายกลับโหดเหี้ยมทำร้ายคนจนพิการมากมาย ลู่เฟิง รับบท ตู้ฉาง ลูกชายของตู้เทียนต้าที่เป็นคนโหดเหี้ยมเหมือนพ่อ กว๊ะจุย รับบท เฉินชวน พ่อค้าเร่ที่พูดผิดหูจึงถูกทำร้ายจนตาบอด หลอเมิ่ง รับบท เว่ยจาจี่ ช่างตีเหล็กปากร้ายที่ถูกทำร้ายจนเป็นใบ้และหูหนวก ซุนเจี้ยน รับบท หัวเฟ่ย ชายหนุ่มที่ถูกตัดขาทั้งสองข้าง เจิยงเซิน รับบท หวังยี่ จอมยุทธหนุ่มที่ต้องการทวงความยุติธรรมให้คนทั้งสามแต่กลับถูกทำร้ายจนกลายเป็นคนสติเลอะเลือน เฉินชวน, เว่ยจาจี่ และหัวเฟ่ย จึงขอให้อาจารย์ของหวังยี่สอนวิทยายุทธใช้ปมด้อยเป็นจุดเด่นและไปล้างแค้นตู้เทียนต้าสองพ่อลูก

 

ศึกล้างเจ้ายุทธจักร (Death Duel) (1977)

ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง เอ่อตงเซิน, หลิงหยุน, หวีอันอัน, เฉินผิง, กุ๊ฟง, ฉีเส้าฉียน, ฟานเม่ยเจิง, หยางจื้อชิง, จิงหมี่ยว, กู้กวนจง, อ้ายเฟย, เฮียะผิง, หวังหลงเหว่ย, โอวหยางซาเฟย, เฉินซือเจีย, หลิวฮุ่ยหลิง, หลินฮุยหวง, หยวนหัว

 

เอ่อตงเซิน รับบท อาจิ๊ ชายเร่ร่อนที่มีความเป็นมาลึกลับ เขามักจะไม่สู้คนทั้งที่เขามีฝีมือยอดเยี่ยม เพราะที่จริงแล้วอาจิ๊คือเซี่ยเสี่ยวฟงนายเล็กที่สามแห่งหมู่บ้านกระบี่ที่หนึ่งที่เบื่อหน่ายชื่อเสียงและออกมาใช้ชีวิตแบบคนสามัญ หลิงหยุน รับบท เยี่ยสือซัน มือกระบี่ที่ยอดเยี่ยมอีกคนที่ต้องการประลองกระบี่กับเซี่ยเสี่ยวฟงเมื่อไม่เจอจึงเร้นกายอยู่ตามลำพัง เฉินผิง รับบท มู่หยงชิวตี้ ผู้ต้องการให้ตระกูลมู่หยงกลับมาครองยุทธจักรจึงหาทางกำจัด เซี่ยเสี่ยวฟงให้ได้ หวีอันอัน รับบท เสี่ยวลี่ หญิงคณิกาที่ทำงานเพื่อความอยู่รอดและเกิดความรักกับนายเล็กที่สามในคราบอาจิ๊ที่ไม่เอาไหน กุ๊ฟง รับบท อาหนิว ชายชาวม้งที่คอยช่วยเหลืออาจิ๊ด้วยความจริงใจและเขายังเป็นพี่ชายของเสี่ยวลี่อีกด้วย

 

สร้างจากบทประพันธ์ของโกวเล้งเรื่องซาเสียวเอี้ยที่เล่าถึงชีวิตของจอมยุทธที่มีชื่อเสียงและเบื่อหน่ายในชื่อเสียงเสียงนั้นจึงต้องหลบหนีออกมาใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดา แต่สังคมจอมยุทธไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้น สิ่งหนึ่งที่หนังบอกอยู่ตลอดเวลาก็คือการที่คนในยุทธจักรไม่อาจเป็นตัวของตัวเองนั่นเอง หนังถ่ายทอดเรื่องราวในแก่นเรื่องเดียวกับหนังสือแม้จะเปลี่ยนรายละเอียดไปบ้าง เอ่อตงเซิน เข้ากับบทนายเล็กที่สามเป็นอย่างมาก และหนังยังได้นักแสดงรุ่นพี่อย่าง ตี้หลุง, เดวิดเจียง, เยี่ยหัว และหลอลี่ มาแสดงในบทรับเชิญสร้างเสน่ห์ให้กับหนังรวมทั้งเป็นกำลังเสริมให้กับพระเอกใหม่ (ในขณะนั้น) คือเอ่อตงเซิน และยังทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเอ่อตงเซินอีกเรื่องหนึ่ง

 

ไอ้หนุ่มหมัดสั่ง (Duel of Fists) (1971)

ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง เดวิดเจียง, ตี้หลุง, จิงลี่, ภาวนา ชนะจิต (หลิวหลานหยิง), เฉินซิง, กุ๊ฟง, หวังจง, หยางจื้อชิง, จิงเหมี่ยว

 

เดวิดเจียง รับบท ฟ่านเคอะ วิศวกรหนุ่มจากฮ่องกงที่เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อมาตามหาพี่ชายที่เขาเองก็เพิ่งรู้ตัวว่ามี เบาะแสเดียวที่เขารับรู้คือพี่ชายของเขาเป็นนักมวยไทย ตี้หลุง รับบท บุญเลิศ พี่ชายของฟ่านเคอะที่เป็นนักมวยไทยผีมือดีแต่เขากำลังมีปัญหากับเจ้าพ่อที่กำลังตามติดตามตัวเขา เฉินซิง รับบท เฉียนเหยา เจ้าพ่อที่ต้องการบุญเลิศมาอยู่ในสังกัด อีกทั้งเขายังมีอิทธิพลต่อการชกมวยอีกด้วย จิงลี่ รับบท อี้หลาน สาวคนรักของบุญเลิศที่เป็นคนเรียบร้อย ภาวนา ชนะจิต หรือชื่อในการแสดงภาษาจีนว่า หลิวหลานหยิง รับบท อาเหมย สาวไทยที่รู้จักกับฟ่านเคอะระหว่างการท่องเที่ยวและสนิทสนมกัน กุ๊ฟง รับบท จ้วงเพ้า นักมวยในสังกัดของเฉียนเหยาที่เป็นแชมป์มวยไทยและโหดเหี้ยมจนชกคนตายบนเวทีมวยมาแล้ว

 

เป็นผลงานกำกับของจางเชอะที่ยังคงใช้สองพระเอกคู่บุญของเขาคือ เดวิดเจียงและตี้หลุง ส่วนนางเอกก็ยังคงเป็นจิงลี่เช่นเดิม แต่ความน่าสนใจจริง ๆ ของหนังเรื่องนี้คือการที่หนังถ่ายทำในเมืองไทยเกือบตลอดทั้งเรื่อง เพราะเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประเทศไทย โดยโลเคชั่นหลักคือกรุงเทพและเสริมด้วยเชียงใหม่ หนังจึงคล้ายการบันทึกภาพทางประวัติศาสตร์ บ้านเมืองของไทยในยุคนั้นผ่านทางแผ่นฟิล์มภาพยนตร์ นอกจากนั้นหนังยังได้นางเอกยอดนิยมของเมืองไทยคือภาวนา ชนะจิต มาร่วมแสดงด้วย โดยที่ความคล่องในภาษาจีนของภาวนา ชนะจิต ทำให้เธอได้แสดงในหนังจีนฮ่องกงอีกหลายเรื่อง แม้หนังจะเกี่ยวข้องกับประเทศไทยและมีมวยไทยอยู่ในหนัง แต่ยังมีความเป็นหนังแอ๊คชั่นแบบฮ่องกงของจางเชอะอยู่อย่างครบถ้วน

 

ถล่ม 13 เจ้าอินทรี (The Avenging Eagle) (1978)

ผู้กำกับ ซุนชัง

นักแสดง ตี้หลุง, ฟู่เซิง, กุ๊ฟง, หวังหลงเหว่ย, เกาสง, ซือซือ, เจินหนี, อี้หยง, ถังเจีย, ตี้เว่ย, ถังเยี่ยนเซิน, ฮุ่ยเทียนซื่อ, หลินฮุยหวง, เฉินหลุง, หยางฉีอิง, โอวหยางซาเฟย

 

ตี้หลุง รับบท ซีหมินชิง มือสังหารของสำนักสำเภาเหล็กที่พยายามจะหนีออกจากสำนักเพราะเบื่อหน่ายการฆ่าฟัน แต่เขาถูกตามล่าอย่างไม่ลดละจากศิษย์ร่วมสำนัก ทำให้ซิหมินชิงต้องต่อสู้เพื่อรักษาชีวิต ฟู่เซิง รับบท หนุ่มนิรนามที่เข้ามาช่วยซิเหมินชิงอยู่ตลอดเพราะที่จริงแล้วเขาคือจั๋วอี้ฝานที่มีความแค้นกับสำนักสำเภาเหล็กเพราะบ้านภรรยาของเขาถูกมือสังหารจัดการจนหมดและภรรยาของเขาก็ถูกซิหมินชิงฆ่า กุ๊ฟง รับบท เยี่ยซีหง เจ้าสำนักสำเภาเหล็กที่ชุบเลี้ยงมือสังหารและอยู่ในสังกัด 13 คน โดยที่เยี่ยซีหงเป็นคนเหี้ยมโหดทำให้ซิหมินชิงต้องร่วมมือกับจั๋วอี้ฝานบุกเข้าไปจัดการเยี่ยซีหงอย่างเด็ดขาด พร้อมกับทำลายสำนักสำเภาเหล็กให้ราบคาบ เจินหนี ภรรยาในชีวิตจริงของฟู่เซิงมาแสดงบทรับเชิญเป็นภรรยาของจั๋วอี้ฝาน

 

แม้หนังจะไม่ได้สร้างมากจากบทประพันธ์ของนักเขียนท่านใด แต่กลับมีข้อดีทำให้หนังเดินเรื่องได้ฉับไว ตรงเป้าและไม่สับสน บอกเล่าบุญคุณความแค้นของยุทธจักรอย่างชัดเจน ตี้หลุงและฟู่เซิงต่างแสดงได้อย่างยอดเยี่ยม คนแรกเป็นมือสังหารที่อ่อนล้าและต้องไถ่บาปของตัวเอง อีกคนพกความแค้นไว้เต็มอกแต่ก็มีสติพอที่จะรู้ถูกรู้ผิด  เป็นความขัดแย้งที่นำหนังไปสู่ทิศทางที่ควรจะเป็น ฉากแอ๊คชั่นของหนังก็ทำได้สนุกสนานน่าตื่นตา โดยเฉพาะการใช้อาวุธของสารบบที่มือสังหารแต่ละคนใช้ยิ่งทำให้หนังมีความน่าสนใจมากขึ้น

 

ฤทธิ์ไอ้แมลงมุม (The Web of Death) (1976)

ผู้กำกับ ฉู่หยวน

นักแสดง เยี่ยหัว, จิงลี่, หลอลี่, หวังจง, หลีลี่ลี่, แองเจล่ายูซิน, จิงเหมี่ยว, กุ๊ฟง, หวังเซียะ, โอวหยางซาเฟย, ฉีเส้าเฉียน

 

เยี่ยหัว รับบทเฟ่ยอิงสง ศิษย์เอกสำนักหวูต่าง (บู๊ตึง) ที่ออกสืบเรื่องใยแมงมุมพิษของสำนักเบญจพิษที่มีข่าวลือว่าออกมาสู่ยุทธจักรอีกครั้ง และนั่นทำให้เฟ่ยอิงสงเข้าไปรู้จักกับสตรีนางหนึ่ง จิงลี่ รับบท หงซูซู สตรีที่เฟ่ยอิงสงพบและเธอรับปากจะช่วยเขาสืบเรื่องใยแมงมุมพิษ ซึ่งแท้จริงแล้วหงซูซูคือธิดาของเจ้าสำนักเบญจพิษ หวังเซียะ รับบท เจ้าสำนักเบญจพิษที่เก็บงำใยแมงมุมพิษที่ร้ายกาจเอาไว้เพราะไม่ต้องการก่อเภทภัยในยุทธจักร หลอลี่ รับบท หลิวเซิง หัวหน้าตึกงูของสำนักเบญจพิษที่ต้องการเป็นเจ้าสำนักและใช้ใยแมงมุมพิษจัดการฝ่ายธรรมเพื่อยึดครองยุทธจักร หวังจง รับบท เฟ่ยอิงเจี๋ย น้องชายของเฟ่ยอิงสงที่ถูกหงซูซูทำร้ายด้วยความเข้าใจผิดจนต้องพิการ แองเจล่ายูซิน รับบท ฮูหยินรองของสำนักเบญจพิษที่ลักลอบเป็นชู้กับหลิวเซิงและยึดสำนักเบญจพิษเพื่อเป็นเจ้ายุทธจักร

 

หนังดัดแปลงจากหนังสือเรื่องดาบมังกรหยกของกิมย้ง แต่นำมาแค่เพียง 10 บทแรกของหนังสือเท่านั้น นั่นคือเฉพาะเรื่องของของเตียซุ่ยซัวและฮึงซูซู โดยหนังเปลี่ยนชื่อตัวตัวละครและเปลี่ยนจากดาบฆ่ามังกรเป็นใยแมงมุมพิษ การได้โครงเรื่องที่ดีทำให้เนื้อหาของหนังดูแข็งแรงและหนังดำเนินเรื่องได้อย่างเร้าใจ ในขณะที่คิวบู๊และเทคนิคพิเศษของใยแมงมุมพิษก็ทำได้ดีกว่าเรื่องอื่นในยุคเดียวกัน นักแสดงของเรื่องก็มีส่วนช่วยให้หนังสนุกสนานยิ่งขึ้น เยี่ยหัว ดูสุขุมกับบทศิษย์เอกของสำนักบู๊ตึง แต่คนที่โดดเด่นที่สุดคือจิงลี่ที่ได้แสดงอารมณ์ที่หลากหลายกว่า

 

คาถา (Black Magic) (1975)

ผู้กำกับ เหอเมิ่งหัว

นักแสดง ตี้หลุง, เถียนหนี, กุ๊ฟง, หลอลี่, หลี่ลี่ลี่, เยียะหัว, เฉินผิง

 

กุ๊ฟง รับบท ซานเจียหมี่ หมอผีที่มักจะทำแต่คุณไสยมนต์ดำ เขารับงานจากแม่ม่ายคนหนึ่งให้ทำยาเสน่ห์และนำไปสู่มนต์ดำที่น่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ ตี้หลุง รับบท ซีโน่ วิศวกรหนุ่มที่ถูกเศรษฐีนีสาวมาติดพันแต่เขาไม่สนใจจนเป็นเหตุให้เธอต้องไปพึ่งไสยศาสตร์ เถียนหนี รับบท หลออิง เศรษฐีนีสาวที่หลงรักซีโน่ เมื่อเขาปฏิเสธหลออิงจึงต้องไปขอความช่วยเหลือจากซานเจียหมี่ให้ทำยาเสน่ห์และเป็นผลสำเร็จ หลอลี่ รับบท เหลียงเจียเจี๋ย ชายหนุ่มที่ตามจีบหลออิงเพื่อหวังตกถังข้าวสารแต่ไม่สำเร็จ เขาจึงไปขอให้ซานเจียหมี่ช่วยแต่กลับกลายเป็นว่าทำให้หลออิงได้รู้จักกับหมอผีคนนี้ หลี่ลี่ลี่ รับบท หวังจีอิง สาวคนรักของซีโน่ที่เกือบต้องเคราะห์ร้ายเมื่อหลออิงมาแย่งซีโน่ไปจากเธอ

 

หนังสยองขวัญสมัยใหม่ที่เห็นได้ไม่บ่อยนักในหนังของชอว์บราเดอร์ส หนังใช้ฉากหลังเป็นประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และใช้ประเทศมาเลเซียในการให้บรรยากาศชนบทช่วยเพิ่มความขลังของคาถามนต์ดำ จุดเด่นของหนังคือการให้ภาพที่ชวนสยองขวัญและสะอิดสะเอียดจากการทำพิธีที่น่ากลัว นักแสดงทุกคนทำหน้าที่เพียงพอผ่าน แต่ที่เด่นมีอยู่เพียงสองคน ได้แก่เถียนหนีที่แสดงได้เซ็กซี่ตามแบบของเธอ แต่คนที่เด่นจริง ๆ คือกุ๊ฟงในบทหมอผีผู้ชั่วร้าย

 

ยอดสนมฮ่องเต้ (Emperor Chien Lung and the Beauty) (1980)

ผู้กำกับ หลี่ฮั่นเสียง

นักแสดง หลิวหย่ง, หลี่คุน, เจียงหนาน, พานปิงชาง, ฮุ่ยอิงหง, หวังซา, หลิวฮุ่ยหลิง, เจียงเจิน, ฉินหวง, หวังไหล

 

หนึ่งในหนังชุดเกี่ยวกับจักรพรรดิเฉียนหลงฮ่องเต้ของราชวงศ์แมนจูที่คราวนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องหญิงงามและแบ่งออกเป็นสองเรื่องย่อย เรื่องแรกคือเรื่องของเฉียนหลงฮ่องเต้กับนางคณิกาที่มีสัมพันธ์กับพระองค์ ส่วนเรื่องที่สองคือเรื่องของการปลอมพระองค์ในชื่อเกาเทียนซื่อแล้วเข้าไปเล่นพนันในบ่อนจนเกิดเรื่อง หลิวหย่ง รับบท เฉียนหลงฮ่องเต้ที่มักจะปลอมพระองค์ออกเป็นสามัญชนออกท่องเที่ยวเพื่อดูทุกข์สุขของประชาชน หลี่คุน รับบท หลิวหย่ง เจ้ากรมการศึกษาที่มักประลองปัญญากับเฉียนหลงฮ่องเต้อยู่เป็นประจำ เจียงหนาน รับบท เอ๋อหลงอัน เจ้ากรมมหาดไทยที่ติดตามฮ่องเต้เวลาประพาสอยู่เสมอ พานปิงชาง รับบท ซันเหนียง นางคณิกาคนโปรดที่ฮ่องเต้สร้างทางลับไว้ไปหาเป็นการส่วนพระองค์ ฮุ่ยอิงหง รับบท หลี่ปอเอ้อ หญิงสาวที่ปลอมเป็นชายและเก่งวิทยายุทธซึ่งพบกับเฉียนหลงฮ่องเต้ระหว่างการเล่นพนัน

 

สร้างจากเรื่องราวของจักรพรรดิเฉียนหลง กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์ของราชวงศ์ชิง โดยในเรื่องจริงทางประวัติศาสตร์นั้นเฉียนหลงฮ่องเต้มักจะปลอมพระองค์เป็นสามัญชนออกเยี่ยมเยียนประชาชนอยู่เสมอ มีหนังเกี่ยวกับเฉียนหลงฮ่องเต้ที่กำกับโดยหลี่ฮั่นเสียงผู้กำกับชั้นนำของชอว์บราเดอร์สคนหนึ่งอยู่ที่สี่เรื่อง แต่ละเรื่องจะเน้นไปที่ความสนุกสนานและเกร็ดต่าง ๆ ในพระราชประวัติของพระองค์ และเรื่องนี้คือเรื่องที่สนุกมีสีสันมากที่สุดในสี่เรื่อง หลิวหย่งรับบทเป็นเฉียนหลงฮ่องเต้ได้อย่างพอเหมาะจนกลายเป็นบทประจำตัวของเขาอีกบทหนึ่งเลยทีเดียว โดยมีหลี่คุนและเจียงหนานช่วยเสริมสร้างอารมณ์ขันของหนังได้เป็นดี

 

หงส์ทองคะนองศึก ภาค 2 (Golden Swallow) (1968)

ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง หวังอยู่, เจิ้งเพ่ยเพ่ย, หลอลี่, หยางจื้อชิง,  อู๋หม่า, กุ๊ฟง

 

ภาคต่อของหนังกำลังภายในคลาสสิกที่ได้ตัวละครเดิมคือนางแอ่นทองกลับมาพร้อมกับนักแสดงคนเดิมคือเจิ้งเพ่ยเพ่ย แต่หนังเปลี่ยนผู้กำกับและโทนของหนังเสียใหม่ เจิ้งเพ่ยเพ่ย รับบท เซี่ยหยูเหยี่ยน นางแอ่นทองที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบกับชายคนรักกลางป่า แต่แล้วคนรักเก่าของเธอกลับก่อคดีฆ่าคนด้วยใช้สัญลักษณ์นางแอ่นทองทำให้เซี่ยหยูเยี่ยนต้องปรากฏตัวอีกครั้ง   หวังอยู่ รับบท เซียวเสี่ยวเผิง กระเรียนเงิน ศิษย์ร่วมสำนักของเซี่ยหยูเยี่ยที่เคยรักกันมาก่อน แต่เซียวเสี่ยวเผิงมีนิสัยดุดันต้องการล้างแค้นทำให้ออกจากสำนักแล้วหายไปก่อนที่เขาจะกระตุ้นให้เซี่ยหยูเยี่ยนอยากจะพบเขาอีกครั้ง หลอลี่ รับบท หันเทา ชายคนรักใหม่ของเซี่ยหยูเยี่ยนที่เป็นสุภาพบุรุษและจิตใจดี เขาไม่ต้องการให้เซี่ยหยูเยี่ยนพบกับเซียวเสี่ยวเผิงเพราะเกรงว่าความใจร้อนของ  เซียวเสี่ยวเผิงอาจจะนำความยุ่งยากมาให้

 

เพราะว่าผู้กำกับเปลี่ยนคนทำให้โทนของหนังเปลี่ยนไป จากภาคแรกที่มีความอ่อนช้อยสวยงามแฝงไปในเพลงกระบี่และวิชาการต่อสู้การเป็นความดุดันที่เต็มไปด้วยเลือดในทุกฉากต่อสู้ เนื้อหาของหนังก็เปลี่ยนจากการต่อสู้เพื่อผดุงคุณธรรมมาเป็นรักสามเส้าของมือกระบี่ที่ใช้ความหยิ่งทะนงมาตัดสินความรัก แม้หนังจะมีตัวละครเอกหญิงเป็นตัวนำแต่ความเด่นของหนังไปอยู่ที่ตัวละครชายที่หวังอยู่แสดง จนบทบาทของเจิ้งเพ่ยเพ่ยน้อบลงไปอย่างเห็นได้ชัด กระนั้นหนังยังทำฉากบู๊ได้อย่างยอดเยี่ยมจนกลายเป็นจุดขายสำคัญโดยมีชื่อผู้กำกับจางเชอะเป็นประกันในความรุนแรงและถึงเลือดถึงเนื้อ

 

สิงห์คู่จอมสังหาร (Heroes Two) (1974)

ผู้กำกับ จางเชอะ

นักแสดง เฉินกวนไถ้, ฟู่เซิง, จูมู่, หวังซิง, ฟางซิ่น, ถังเยี่ยนเซิน, ฟงเคอะอัน, ฟางอี้, เจียงหนาน, หลิวเจียหย่ง, หลี่ไห่ซัน

 

หนังใช้เหตุการณ์ช่วงล้มล้างวัดเส้าหลินใต้ในสมัยราชวงศ์ชิงมาเป็นฉากหลัง กับเรื่องราวของผู้กล้าชาวฮั่นและศิษย์วัดเส้าหลินที่ต่อต้านแมนจู เฉินกวนไถ้ รับบท หงซีกวน ศิษย์เอกเส้าหลินที่หนีรอดจากวัดมาได้แต่เขาก็ถูกตามล่าจากคนของทางการ จนเสียท่าถูกจับ ทำให้มีศิษย์เส้าหลินจำนวนมากวางแผนช่วยเหลือเขา ฟู่เซิง รับบท ฟางซื่ออี้ ศิษย์เอกเส้าหลินอีกคนที่ถูกพวกแมนจูหลอกให้เป็นคนจับหงซีกวนเพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อฟางซื่ออี้รู้ความจริงว่าจับคนผิดเขาจึงตั้งใจช่วยเหลือหงซีกวนออกมาให้ได้ จูมู่ รับบท นายพลเชอกัง ผู้บัญชาการทหารแมนจูที่ออกตามล่าศิษย์ฆราวาสวัดเส้าหลินที่หนีออกมา และเขาเป็นคนคุมขังหงซีกวนไว้เพื่อรีดความลับแต่ไม่เป็นผล

 

หนังชูสองนักแสดงนำนั่นคือเฉินกวนไถ้ที่เหมาะสมกับบทหงซีกวนมาก ส่วนฟู่เซิงก็รับบทนำเป็นครั้งแรกและเข้ากับบทฟางซื่ออี้ได้ดีเช่นกัน ทำให้นักแสดงทั้งสองผูกขาดบทสองตัวละครนี้ในอีกหลายเรื่อง และหนังยังกลายเป็นเหนังเรื่องแรก ๆ ของจางเชอะและชอว์บราเดอร์สที่หยิบเอาเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวัดเส้าหลินใต้มานำเสนอ ก่อนที่จะมีตามออกมามายมาย ทำให้ชื่อของสามศิษย์เส้าหลินใต้คือ หงซีกวน (อั้งฮีกัว), ฟางซื่ออี้ (ปึงซี่เง็ก) และ หูฮุ่ยเฉียง (โอ้วฮุ่ยเคี้ยง) กลายบุคคลที่เป็นที่รู้จักของผู้นิยมหนังในแนวทางนี้อย่างมากมาย คิวบู๊ของหนังเรื่องนี้ยังทำได้สนุกดุดันในแบบฉบับของผู้กำกับจางเชอะเช่นเดิม

 

 

กลับสู่หน้าหลัก http://suncatalytix.com

Related posts

Leave a Comment